ระบบงาน

Smart Climate Control: ควบคุมแอร์และอุณหภูมิให้ประหยัดไฟขึ้น

อธิบายการควบคุมแอร์ IR, VRV/VRF, HVAC และการใช้เซ็นเซอร์ช่วยปรับอุณหภูมิตามการใช้งานจริง

อ่าน 6 นาที
Smart Climate Control: ควบคุมแอร์และอุณหภูมิให้ประหยัดไฟขึ้น

Smart Climate Control คือการควบคุมเครื่องปรับอากาศด้วยเงื่อนไขแทนการกดรีโมท ระบบจะรู้ว่ามีคนอยู่หรือไม่ ตอนนี้กี่โมง อุณหภูมิในห้องเท่าไหร่ แล้วสั่งแอร์เองตามที่ตั้งไว้ ที่สำคัญกว่านั้นคือมันทำให้เห็นว่าค่าไฟจากแอร์หายไปกับอะไรบ้าง

ระบบปรับอากาศกินไฟราวครึ่งหนึ่งของค่าไฟทั้งอาคาร การควบคุมส่วนนี้จึงเป็นงาน Smart Home ที่เห็นผลเป็นตัวเงินเร็วที่สุด บทความนี้อธิบายว่าแอร์แต่ละประเภทเชื่อมเข้าระบบอย่างไร วิธีไหนช่วยลดค่าไฟได้จริง และการตั้งค่าแบบไหนที่คนมักตั้งผิด

แอร์แต่ละประเภทเชื่อมเข้าระบบอย่างไร

วิธีเชื่อมต่อขึ้นกับประเภทของเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งอยู่ ไม่ได้ขึ้นกับยี่ห้อ

ประเภทแอร์วิธีเชื่อมควบคุมได้แค่ไหนพบใน
แอร์ติดผนัง / แขวนใต้ฝ้า IR Controller จำลองสัญญาณรีโมท เปิด-ปิด อุณหภูมิ โหมด ความแรงพัดลม บ้าน คอนโด ห้องพักขนาดเล็ก
VRV / VRF HVAC Gateway ต่อเข้าสายสื่อสารของระบบ ควบคุมและอ่านสถานะจริงรายเครื่อง โรงแรม สำนักงาน อาคารพาณิชย์
Water Cooled Chiller ผ่าน Modbus หรือชุดควบคุมกลาง ควบคุมระดับระบบ ตั้งตารางเดินเครื่อง อ่านค่าพลังงาน อาคารสูง โรงงาน ศูนย์การค้า
VAV Controller Module ที่ตัวกล่องจ่ายลม ปรับปริมาณลมรายโซน สำนักงานขนาดใหญ่

IR กับ Gateway ต่างกันตรงไหน

นี่คือความต่างที่กระทบการใช้งานจริงมากที่สุด และเป็นเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

IR ControllerHVAC Gateway
ทิศทางการสื่อสารสั่งได้ทางเดียวสั่งได้และอ่านกลับได้
รู้สถานะจริงของเครื่องไหมไม่รู้ ระบบเดาจากคำสั่งล่าสุดรู้แน่นอน
ถ้ามีคนใช้รีโมทตัวจริงกดสถานะในแอปจะไม่ตรงกับความจริงอัปเดตตาม
ต้องอยู่ในระยะมองเห็นไหมต้อง เพราะเป็นแสงอินฟราเรดไม่ต้อง ใช้สายสื่อสาร
ติดตั้งง่าย ไม่ต้องแตะตัวเครื่องต้องต่อเข้าระบบแอร์ ควรให้ช่างแอร์ร่วมงาน
เหมาะกับบ้าน คอนโด งบจำกัดโรงแรม อาคาร งานที่ต้องรายงานพลังงาน

ในบ้านทั่วไป IR เพียงพอและคุ้มค่ากว่า แต่ถ้างานต้องการรายงานการใช้พลังงานหรือต้องรู้แน่ว่าห้องไหนเปิดแอร์ค้างอยู่ ควรใช้ Gateway

6 วิธีลดค่าไฟจากแอร์ที่ได้ผลจริง

  1. ตัดแอร์เมื่อไม่มีคน — ใช้เซนเซอร์ตรวจจับคนร่วมกับตัวจับเวลา เช่น ห้องประชุมว่างเกิน 15 นาทีให้ปิดเอง เป็นมาตรการที่เห็นผลชัดที่สุดในอาคารที่มีห้องใช้งานไม่สม่ำเสมอ
  2. จำกัดอุณหภูมิต่ำสุดที่ตั้งได้ — ล็อกไม่ให้ตั้งต่ำกว่าค่าที่กำหนด ป้องกันการตั้ง 16 องศาเพื่อให้เย็นเร็ว ซึ่งไม่ได้ทำให้เย็นเร็วขึ้นแต่ทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานยาวขึ้น
  3. ตัดแอร์เมื่อประตูหรือหน้าต่างเปิด — ใช้ Magnetic contact ร่วมกับแอร์ หยุดการทำความเย็นทิ้งออกนอกอาคาร
  4. ทำความเย็นล่วงหน้าแทนการเปิดทิ้งไว้ — ตั้งให้เริ่มทำงานก่อนเวลาใช้จริง แทนการเปิดค้างตลอดวันเพราะกลัวห้องร้อน
  5. ปิดม่านก่อนแดดเข้า — ลดภาระความร้อนที่แอร์ต้องรับ ได้ผลมากในห้องที่มีกระจกบานใหญ่ทางทิศตะวันตก
  6. วัดก่อนแล้วค่อยแก้ — ติดมิเตอร์แยกรายโซนเพื่อดูว่าค่าไฟไปกองที่ไหนจริง เพราะจุดที่กินไฟมากที่สุดมักไม่ตรงกับที่คิดไว้ตอนแรก
ตัวเลขที่ประหยัดได้จริงขึ้นกับพฤติกรรมการใช้งานเดิมเป็นหลัก อาคารที่เคยเปิดแอร์ทิ้งไว้ทั้งวันจะเห็นผลชัดกว่าอาคารที่มีวินัยอยู่แล้วมาก จึงควรติดมิเตอร์วัดไว้ก่อนปรับปรุง เพื่อให้เทียบก่อน-หลังได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึก

เซนเซอร์ที่ต้องใช้คู่กัน

ระบบควบคุมแอร์จะฉลาดได้ต้องมีข้อมูลป้อนเข้า เซนเซอร์ที่ใช้บ่อยที่สุดในงานนี้คือ

  • Occupancy sensor — จำเป็นกว่า PIR ในห้องประชุมและห้องทำงาน เพราะ PIR จะคิดว่าห้องว่างเมื่อคนนั่งนิ่ง แล้วสั่งปิดแอร์ระหว่างที่คนยังอยู่
  • เซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้น — ควรวัดที่ระดับคนอยู่ ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง เพราะอุณหภูมิที่ตัวเครื่องกับที่โต๊ะทำงานต่างกันได้หลายองศา
  • Magnetic contact ที่ประตูและหน้าต่าง — ใช้ตัดแอร์เมื่อมีการเปิดค้าง
  • มิเตอร์ไฟ — ใช้ยืนยันว่าที่ปรับไปได้ผลจริงหรือไม่

การตั้งค่าที่คนมักตั้งผิด

ตั้งแบบที่มักเจอปัญหาที่เกิดควรตั้งอย่างไร
ปิดแอร์ทันทีที่ไม่เจอคนคนเดินออกไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาเจอห้องร้อนหน่วงเวลาก่อนตัด และใช้โหมดประหยัดแทนการดับสนิท
ตั้งอุณหภูมิเท่ากันทั้งอาคารห้องริมกระจกไม่เย็นพอ ห้องกลางเย็นเกินแบ่งโซนตามทิศและปริมาณแดดที่ได้รับ
เปิดแอร์ตามเวลาอย่างเดียววันหยุดหรือวันที่ไม่มีคนก็ยังเปิดใช้ตารางเวลาร่วมกับเซนเซอร์ตรวจจับคน
ให้แอร์ทุกตัวเริ่มพร้อมกันตอนเช้าค่าไฟพุ่งเป็นยอดสูงในช่วงสั้น ซึ่งกระทบค่าความต้องการพลังไฟฟ้าของอาคารทยอยเปิดเป็นลำดับห่างกันไม่กี่นาที

บ้าน โรงแรม และสำนักงาน ต่างกันอย่างไร

บ้านพักอาศัยโรงแรมสำนักงาน / อาคาร
วิธีเชื่อมที่ใช้บ่อยIR ControllerGateway + คีย์การ์ดGateway หรือ Modbus
เงื่อนไขหลักตามคนอยู่และตารางเวลาตามสถานะการเข้าพักตามเวลาทำการและการใช้ห้อง
เป้าหมายสบายและประหยัดประหยัดโดยแขกไม่รู้สึกลดค่าไฟและรายงานได้
จุดที่ต้องระวังอย่าให้ระบบคาดเดาไม่ได้ห้องต้องไม่ร้อนตอนแขกกลับเข้ามาอย่าตัดแอร์ระหว่างคนยังทำงาน

ในโรงแรม แนวทางที่ใช้ได้ผลคือเมื่อแขกถอดคีย์การ์ดออก ระบบจะปรับขึ้นเป็นโหมดประหยัดแทนการดับสนิท เพื่อให้ห้องไม่ร้อนเกินไปตอนกลับเข้ามา และเมื่อมีการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ระบบจะเริ่มทำความเย็นล่วงหน้าให้เอง

คำถามที่ถามบ่อย

ต้องเปลี่ยนแอร์ใหม่ไหม — ไม่ต้องในกรณีส่วนใหญ่ แอร์บ้านที่ใช้รีโมทอินฟราเรดควบคุมได้ทันทีด้วย IR Controller ส่วนแอร์ระบบอาคารเชื่อมผ่าน Gateway โดยไม่ต้องเปลี่ยนเครื่อง

ควบคุมแอร์หลายยี่ห้อในระบบเดียวได้ไหม — ได้ เพราะ IR Controller เรียนรู้รหัสรีโมทของแต่ละยี่ห้อได้ ส่วนงานอาคารใช้ Gateway ที่ตรงกับระบบแอร์แต่ละชุด แล้วรวมมาแสดงบนหน้าจอเดียวกัน

ระบบจะปรับอุณหภูมิเองจนคนในห้องไม่สบายไหม — ไม่ ถ้าออกแบบให้เงื่อนไขอัตโนมัติทำงานเฉพาะตอนที่ไม่มีคน ส่วนตอนมีคนอยู่ให้ผู้ใช้ปรับได้อิสระภายในช่วงที่กำหนด

สรุป

Smart Climate Control เป็นระบบที่คืนทุนเร็วที่สุดในบรรดางาน Smart Home ทั้งหมด เพราะแอร์คือส่วนที่กินไฟมากที่สุดและถูกเปิดทิ้งไว้บ่อยที่สุด หลักการที่ใช้ได้กับทุกอาคารคือ วัดก่อนแล้วค่อยควบคุม ตัดเมื่อไม่มีคนโดยมีเวลาหน่วงพอสมควร แบ่งโซนตามแดดที่ได้รับจริง และให้คนที่อยู่ในห้องยังปรับเองได้

ดูขอบเขตงานได้ที่หน้า ระบบแอร์และปรับอากาศอัจฉริยะ อ่านต่อเรื่อง เซนเซอร์และมิเตอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ระบบใช้ตัดสินใจ หรือ ส่งข้อมูลหน้างานให้ทีมช่วยประเมิน

สนใจติดตั้ง Smart Home?

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย — ออกแบบและติดตั้งระบบที่เหมาะกับบ้านคุณ