ระบบงาน

Sensors & Meters: เซ็นเซอร์คือสมองของ Smart Home

Motion, PIR, CO2, VOC, Temp, Humidity, Lux Sensor และ Energy Meter ทำให้ระบบทำงานอัตโนมัติจากข้อมูลจริง

อ่าน 6 นาที
Sensors & Meters: เซ็นเซอร์คือสมองของ Smart Home

เซนเซอร์คือสิ่งที่ทำให้ระบบ "อัตโนมัติ" ต่างจากระบบ "สั่งงานจากมือถือ" ถ้าไม่มีเซนเซอร์ ระบบก็ทำได้แค่รอให้คนกด ซึ่งไม่ต่างจากสวิตช์ธรรมดามากนัก แต่เมื่อระบบรู้ว่ามีคนอยู่ไหม ร้อนไหม สว่างพอไหม อากาศแย่ไหม มันจึงตัดสินใจแทนได้

บทความนี้อธิบายว่าเซนเซอร์แต่ละชนิดวัดอะไร ควรเลือกแบบไหนกับห้องแบบไหน ติดตั้งตรงไหนถึงจะแม่น และมิเตอร์ช่วยลดค่าไฟได้อย่างไร

เซนเซอร์ตรวจจับคน — เลือกผิดคือปัญหาที่พบบ่อยที่สุด

อาการ "ไฟดับตอนยังนั่งทำงานอยู่" เกือบทั้งหมดเกิดจากการเลือกชนิดเซนเซอร์ผิด ไม่ใช่เพราะเซนเซอร์เสีย

PIR MotionOccupancymmWave / Presence
ตรวจจับจากความร้อนที่เคลื่อนที่ความเคลื่อนไหวละเอียดรวมถึงคนอยู่นิ่งคลื่นสะท้อนจากร่างกาย จับได้แม้แค่หายใจ
คนนั่งนิ่งคิดว่าห้องว่างยังตรวจเจอตรวจเจอแน่นอน
ตอบสนองเร็วเร็วเร็ว แต่อาจไวเกินจนจับการเคลื่อนไหวนอกห้อง
ราคาถูกที่สุดปานกลางสูงกว่า
เหมาะกับทางเดิน บันได ห้องน้ำ ที่จอดรถห้องประชุม ห้องทำงาน ห้องเรียนห้องนอน ห้องที่คนอยู่นิ่งนาน

หลักง่ายๆ คือ พื้นที่ที่คน "เดินผ่าน" ใช้ PIR ได้ ส่วนพื้นที่ที่คน "อยู่กับที่" ต้องใช้ Occupancy หรือ Presence

เซนเซอร์สภาพแวดล้อม

วัดอะไรเอาไปสั่งอะไรควรติดตรงไหน
อุณหภูมิควบคุมแอร์ พัดลมระดับที่คนอยู่ ไม่ใช่ติดเพดานหรือใกล้ตัวเครื่อง
ความชื้นควบคุมพัดลมดูดอากาศ เครื่องลดความชื้นห้องน้ำ ห้องซักรีด ห้องเก็บของ
ความสว่าง (Lux)หรี่ไฟตามแสงธรรมชาติ สั่งม่านใกล้หน้าต่าง หันหน้าไปทางที่แสงเข้า
CO₂สั่งระบายอากาศตามจำนวนคนจริงห้องประชุม ห้องเรียน พื้นที่คนแน่น
VOCสั่งดูดอากาศเมื่อมีสารระเหยห้องที่เพิ่งทาสีหรือมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่ ห้องครัว

เซนเซอร์แบบรวมหลายค่าในตัวเดียวติดบนฝ้าจุดเดียวก็ครอบคลุมได้หลายอย่าง ช่วยลดจำนวนอุปกรณ์บนฝ้าและทำให้งานฝ้าดูสะอาดกว่า

อ่านค่า CO₂ อย่างไร

CO₂ เป็นตัวชี้วัดคุณภาพอากาศในอาคารที่ตรงไปตรงมาที่สุด เพราะสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนคนและปริมาณอากาศที่หมุนเวียนเข้ามา

ระดับโดยประมาณหมายถึงควรทำอะไร
ใกล้เคียงอากาศภายนอกระบายอากาศดีไม่ต้องทำอะไร
เริ่มสูงขึ้นชัดเจนคนเริ่มแน่น อากาศเริ่มอับเพิ่มการระบายอากาศ
สูงต่อเนื่องนานสัมพันธ์กับอาการง่วงและสมาธิลดลงเปิดพัดลมดูดอากาศเต็มที่ หรือเปิดหน้าต่าง

ประโยชน์จริงคือใช้ค่าที่วัดได้เป็นเงื่อนไขเปิดพัดลมดูดอากาศอัตโนมัติ แทนการเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาซึ่งเปลืองทั้งไฟและความเย็นที่ทำไว้แล้ว

มิเตอร์ไฟและมิเตอร์น้ำ

มิเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด ทั้งที่เป็นตัวเดียวที่ตอบได้ว่าเงินที่ลงทุนไปคุ้มหรือไม่

  • มิเตอร์ไฟ 1 เฟส — สำหรับบ้านพักอาศัยและวงจรย่อย
  • มิเตอร์ไฟ 3 เฟส — สำหรับตู้ไฟหลัก อาคาร และเครื่องจักร
  • มิเตอร์น้ำ — ใช้จับการรั่วซึม เพราะน้ำที่ไหลต่อเนื่องตอนกลางคืนคือสัญญาณว่ามีจุดรั่ว

วิธีใช้ให้ได้ผลคือแยกมิเตอร์ตามโซนหรือตามระบบ ไม่ใช่วัดรวมทั้งอาคารเป็นตัวเลขเดียว เพราะตัวเลขรวมบอกได้แค่ว่าใช้ไปเท่าไหร่ แต่บอกไม่ได้ว่าควรแก้ตรงไหน เมื่อแยกแล้วมักพบว่าจุดที่กินไฟมากที่สุดไม่ตรงกับที่เดาไว้ตอนแรก

ลำดับที่ถูกต้องคือวัดก่อน แล้วค่อยควบคุม การติดมิเตอร์ก่อนปรับปรุงระบบทำให้เทียบตัวเลขก่อน-หลังได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าบิลลดลง

ติดตั้งตรงไหนถึงจะแม่น

ตำแหน่งติดตั้งมีผลกับความแม่นยำมากกว่าคุณภาพของตัวเซนเซอร์เอง

  1. อย่าติด PIR ตรงที่แดดส่องตรงหรือมีลมจากแอร์เป่าใส่ — ความร้อนที่เปลี่ยนแปลงทำให้ทำงานผิดพลาด
  2. อย่าติดเซนเซอร์อุณหภูมิใกล้ตัวเครื่องแอร์หรือเหนือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ร้อน — ค่าที่อ่านได้จะไม่ตรงกับที่คนรู้สึก
  3. เซนเซอร์ Lux ต้องหันไปทางที่แสงเข้าจริง — ถ้าหันผิดทางจะสั่งหรี่ไฟผิดจังหวะ
  4. เซนเซอร์ในทางเดินควรจับแนวขวางทางเดิน — PIR ไวกับการเคลื่อนที่ตัดขวางมากกว่าการเดินตรงเข้าหา
  5. หลีกเลี่ยงมุมที่มีสิ่งกีดขวางบังในอนาคต — ตู้สูงหรือชั้นวางที่ย้ายมาทีหลังทำให้เกิดจุดบอด

ใช้ถ่านหรือใช้สาย

เซนเซอร์ไร้สายใช้ถ่านเซนเซอร์ต่อระบบ Bus
ติดตั้งติดได้ทุกที่ ไม่ต้องเดินสายต้องเดินสายถึงจุดติดตั้ง
การดูแลต้องเปลี่ยนถ่านเป็นระยะไม่ต้องดูแลเรื่องพลังงาน
ความถี่ในการรายงานต้องประหยัดพลังงาน จึงรายงานเป็นช่วงรายงานต่อเนื่องได้
เหมาะกับบ้านที่ติดตั้งภายหลัง จุดที่เดินสายไม่ถึงอาคารที่มีเซนเซอร์จำนวนมาก งานที่ต้องการข้อมูลต่อเนื่อง

ในงานอาคารที่มีเซนเซอร์หลายสิบหรือหลายร้อยจุด แบบใช้สายคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะค่าแรงในการไล่เปลี่ยนถ่ายทีละจุดสูงกว่าค่าอุปกรณ์ที่ประหยัดไปตอนแรก

คำถามที่ถามบ่อย

เซนเซอร์เยอะแล้วระบบจะทำงานมั่วไหม — ไม่ ถ้าออกแบบเงื่อนไขให้ชัดว่าใครมีสิทธิ์สั่งอะไรก่อน ปัญหาที่เจอจริงมักไม่ใช่เซนเซอร์เยอะเกิน แต่เป็นการตั้งเงื่อนไขซ้อนกันโดยไม่กำหนดลำดับความสำคัญ

สัตว์เลี้ยงทำให้เซนเซอร์ทำงานผิดพลาดไหม — ลดได้ด้วยเซนเซอร์แบบ pet-immune ที่ไม่ตอบสนองต่อสัตว์ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และการติดตั้งให้กรวยตรวจจับสูงกว่าระดับที่สัตว์เดินผ่าน

ข้อมูลจากเซนเซอร์ถูกส่งออกไปข้างนอกไหม — ในระบบที่ประมวลผลในอาคาร ข้อมูลอยู่ในระบบภายใน ไม่ได้ส่งออก ยกเว้นส่วนที่ผู้ใช้เลือกให้ส่งการแจ้งเตือนเข้ามือถือ

สรุป

เซนเซอร์เป็นส่วนที่กำหนดว่าระบบจะฉลาดจริงหรือแค่ดูดี หลักการที่ใช้ได้เสมอคือ เลือกชนิดให้ตรงกับพฤติกรรมในห้องนั้น พื้นที่ที่คนอยู่นิ่งอย่าใช้ PIR ให้ความสำคัญกับตำแหน่งติดตั้งไม่น้อยกว่าสเปกอุปกรณ์ และติดมิเตอร์ไว้ตั้งแต่ก่อนปรับปรุงเพื่อให้พิสูจน์ผลได้ด้วยตัวเลข

ดูขอบเขตงานได้ที่หน้า เซนเซอร์และมิเตอร์ อ่านต่อเรื่อง การควบคุมแอร์ ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์มากที่สุด หรือ ปรึกษาทีมงานเรื่องจุดติดตั้ง

สนใจติดตั้ง Smart Home?

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย — ออกแบบและติดตั้งระบบที่เหมาะกับบ้านคุณ