ระบบงาน

Integration: ทำให้ทุกระบบคุยกันได้ด้วย Home Assistant, Google Home และ Apple HomeKit

การเชื่อมต่อระบบคือหัวใจที่ทำให้อุปกรณ์ต่างแบรนด์ทำงานร่วมกันได้ ทั้ง TIS, Home Assistant, Google Home, Alexa และ Modbus

อ่าน 7 นาที
Integration: ทำให้ทุกระบบคุยกันได้ด้วย Home Assistant, Google Home และ Apple HomeKit

Integration คือการทำให้อุปกรณ์ที่มาจากคนละยี่ห้อและคนละโปรโตคอลสั่งงานร่วมกันได้จากที่เดียว ปัญหาที่พบบ่อยในบ้านที่ทยอยซื้ออุปกรณ์อัจฉริยะคือ สุดท้ายมีแอปสิบแอปในมือถือ แต่ละแอปคุมได้แค่ของยี่ห้อตัวเอง และไม่มีทางตั้งเงื่อนไขข้ามยี่ห้อได้ เช่น ให้เซนเซอร์ยี่ห้อหนึ่งไปสั่งไฟอีกยี่ห้อหนึ่ง

บทความนี้อธิบายว่าโปรโตคอลแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ควรเลือกผู้ช่วยเสียงค่ายไหน Home Assistant จำเป็นเมื่อไหร่ และทำไมการประมวลผลในบ้านถึงสำคัญกว่าที่คิด

การเชื่อมต่อมี 3 ระดับ

ก่อนเลือกอุปกรณ์ ควรเข้าใจก่อนว่า "เชื่อมกันได้" มีความหมายต่างกันสามระดับ

  1. ระดับเดียวกันในระบบเดียว — อุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกันคุยกันเองได้เต็มที่ ตั้งเงื่อนไขซับซ้อนได้ ตอบสนองเร็วที่สุด
  2. ข้ามยี่ห้อผ่านมาตรฐานกลาง — เช่น Zigbee 3.0 หรือ Matter อุปกรณ์ต่างยี่ห้อคุยกันได้ แต่มักได้เฉพาะฟังก์ชันพื้นฐาน ฟังก์ชันพิเศษของแต่ละยี่ห้ออาจใช้ไม่ได้
  3. ผ่านศูนย์กลางที่แปลภาษาให้ — เช่น Home Assistant ที่รองรับหลายโปรโตคอลพร้อมกัน ยืดหยุ่นที่สุดแต่ต้องมีคนดูแล

งานส่วนใหญ่ควรวางระบบหลักให้อยู่ในระดับที่ 1 แล้วใช้ระดับที่ 2 หรือ 3 เฉพาะส่วนที่จำเป็น จะได้ทั้งความเสถียรและความยืดหยุ่น

โปรโตคอลที่ใช้ในงานจริง

โปรโตคอลลักษณะเหมาะกับข้อจำกัด
Wi-Fi ต่อเข้าเราเตอร์ตรง ไม่ต้องมี Hub อุปกรณ์จำนวนน้อย กล้อง อุปกรณ์ที่ใช้แบนด์วิดท์สูง กินไฟมาก ใช้กับอุปกรณ์ใส่ถ่านไม่ดี อุปกรณ์เยอะทำให้เราเตอร์รับภาระหนัก
Zigbee 3.0 ไร้สาย กินไฟต่ำ กระจายสัญญาณต่อกันเป็นตาข่าย เซนเซอร์ สวิตช์ อุปกรณ์ใส่ถ่าน จำนวนมาก ต้องมี Gateway ระยะทางต่อจุดสั้น
Bus แบบเดินสาย ส่งคำสั่งผ่านสายสัญญาณเฉพาะ บ้านสร้างใหม่ โรงแรม อาคาร ที่ต้องการความเสถียรสูงสุด ต้องเดินสายตั้งแต่ก่อสร้าง
Matter / Thread มาตรฐานกลางที่ผู้ผลิตรายใหญ่ร่วมกันผลักดัน อุปกรณ์ที่ต้องการให้ใช้ข้ามค่ายผู้ช่วยเสียงได้ ยังรองรับฟังก์ชันพื้นฐานเป็นหลัก อุปกรณ์ที่รองรับยังไม่ครบทุกประเภท
Modbus RTU มาตรฐานงานระบบอาคารและอุตสาหกรรม มิเตอร์ไฟ อินเวอร์เตอร์ ปั๊ม ชุดควบคุมแอร์ขนาดใหญ่ ไม่ใช่ของสำหรับบ้าน ต้องตั้งค่าโดยผู้มีความรู้เฉพาะ
อินฟราเรด (IR) จำลองสัญญาณรีโมท แอร์ ทีวี พัดลม ที่ไม่มีช่องเชื่อมต่ออื่น สั่งได้ทางเดียว ไม่รู้สถานะจริงของเครื่อง ต้องอยู่ในระยะมองเห็น

ข้อสังเกตสำคัญคือ IR สั่งได้ทางเดียว ระบบจึงไม่รู้ว่าแอร์เปิดอยู่จริงหรือไม่ ถ้ามีคนใช้รีโมทตัวจริงกด สถานะในแอปจะไม่ตรง งานที่ต้องการความแม่นยำจึงควรใช้ Gateway ที่เชื่อมกับแอร์โดยตรงแทน

ผู้ช่วยเสียง — เลือกค่ายไหน

Google HomeAmazon AlexaApple HomeKit
รองรับภาษาไทยรองรับยังไม่รองรับยังไม่รองรับ
เหมาะกับผู้ใช้ใช้ Android เป็นหลักคุ้นกับอุปกรณ์ Echoใช้ iPhone และ iPad ทั้งบ้าน
ความเป็นส่วนตัวประมวลผลบนคลาวด์ประมวลผลบนคลาวด์เน้นประมวลผลในบ้านมากกว่า
จำนวนอุปกรณ์ที่รองรับมากมากที่สุดน้อยกว่า แต่ผ่านการรับรองเข้มกว่า

ในบ้านที่คนใช้มือถือคนละค่าย สามารถเชื่อมมากกว่าหนึ่งค่ายพร้อมกันได้ เพราะระบบหลักไม่ได้พึ่งผู้ช่วยเสียงในการทำงาน คำสั่งเสียงเป็นเพียงช่องทางสั่งงานเพิ่มเติมเท่านั้น

คำสั่งเสียงทุกค่ายต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ เน็ตล่มเมื่อไหร่คำสั่งเสียงใช้ไม่ได้ทันที นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรออกแบบให้คำสั่งเสียงเป็นวิธีเดียวในการควบคุมสิ่งสำคัญ เช่น การปลดล็อกประตู

ทำไมการประมวลผลในบ้านถึงสำคัญ

ความต่างระหว่างระบบที่ประมวลผลในอาคารกับระบบที่พึ่งคลาวด์จะเห็นชัดเจนก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาแล้ว

สถานการณ์ประมวลผลในอาคารพึ่งคลาวด์
เน็ตล่มสวิตช์ ฉาก และเซนเซอร์ทำงานปกติสั่งงานไม่ได้เลย
ความเร็วตอบสนองทันทีมีหน่วงตามคุณภาพเน็ต
ผู้ให้บริการปิดตัวระบบยังทำงานต่ออุปกรณ์อาจใช้ไม่ได้ถาวร
ข้อมูลการใช้งานอยู่ในอาคารถูกส่งออกไปเก็บภายนอก
สั่งงานจากนอกบ้านต้องมีเน็ต แต่ตัวระบบไม่ได้พึ่งเน็ตต้องมีเน็ตเสมอ

ระบบที่ออกแบบดีจะประมวลผลเงื่อนไขทั้งหมดในอาคาร แล้วใช้อินเทอร์เน็ตเฉพาะสองอย่างคือ การสั่งงานจากนอกบ้าน และการส่งการแจ้งเตือน

Home Assistant จำเป็นเมื่อไหร่

Home Assistant คือซอฟต์แวร์ศูนย์กลางแบบเปิดที่ติดตั้งบนเครื่องเล็กๆ ในบ้าน รองรับอุปกรณ์หลายพันรุ่นจากหลายยี่ห้อ และเขียนเงื่อนไขอัตโนมัติได้ละเอียดกว่าแอปมาตรฐานมาก

คุ้มที่จะใช้เมื่อ

  • มีอุปกรณ์หลายยี่ห้อที่ต้องทำงานร่วมกัน และไม่ต้องการเปลี่ยนของเดิมทิ้ง
  • ต้องการเงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่าที่แอปมาตรฐานตั้งได้ เช่น อิงหลายตัวแปรพร้อมกัน
  • ต้องการเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้วิเคราะห์เอง เช่น กราฟการใช้พลังงานรายวงจร
  • ต้องการหน้าจอควบคุมที่ออกแบบเองได้ทั้งหมด

ยังไม่จำเป็นเมื่อ

  • ใช้อุปกรณ์ตระกูลเดียวทั้งบ้าน ซึ่งแอปของระบบนั้นทำงานหลักได้ครบอยู่แล้ว
  • ไม่มีคนในบ้านที่พร้อมดูแลและอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นระยะ

ข้อควรระวังคือ Home Assistant เป็นซอฟต์แวร์ที่ต้องดูแล ถ้าติดตั้งไว้แล้วไม่มีคนอัปเดต เมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดปัญหาความเข้ากันได้ จึงควรวางให้เป็นชั้นเสริม ไม่ใช่ชั้นที่ระบบหลักต้องพึ่ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ซื้ออุปกรณ์ก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องการเชื่อมต่อ — ทำให้ได้ของที่ผูกกับคลาวด์เฉพาะและรวมเข้าระบบไม่ได้
  2. ให้ทุกอย่างพึ่งอินเทอร์เน็ต — เน็ตล่มแล้วเปิดไฟไม่ได้ ซึ่งแย่กว่าสวิตช์ธรรมดา
  3. ตั้งเงื่อนไขอัตโนมัติมากเกินไปตั้งแต่แรก — คนในบ้านคาดเดาไม่ได้ว่าระบบจะทำอะไร สุดท้ายขอให้ปิดทิ้ง
  4. ไม่มีทางควบคุมแบบมือ — ทุกฟังก์ชันสำคัญควรมีปุ่มจริงบนผนังสำรองไว้เสมอ
  5. ใช้ IR กับสิ่งที่ต้องรู้สถานะแน่นอน — เพราะ IR สั่งได้ทางเดียว ไม่รู้ผลลัพธ์

คำถามที่ถามบ่อย

อุปกรณ์ที่ซื้อมาแล้วเอามารวมได้ไหม — อุปกรณ์ที่ใช้มาตรฐานเปิดอย่าง Zigbee 3.0, Matter หรือมี API เชื่อมได้ตรง ส่วนใหญ่รวมได้ ส่วนอุปกรณ์ที่ผูกกับคลาวด์เฉพาะของผู้ผลิตอาจรวมได้แค่บางฟังก์ชัน วิธีที่แน่นอนที่สุดคือส่งรายชื่อรุ่นที่มีอยู่มาให้ตรวจก่อน

ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์เดิมทิ้งทั้งหมดไหม — ไม่ต้องในกรณีส่วนใหญ่ อุปกรณ์งานอาคารที่รองรับ Modbus เชื่อมได้ตรง ส่วนอุปกรณ์เก่าที่ไม่มีช่องสื่อสารใช้ Input Module อ่านสัญญาณ Dry Contact แทนได้ อย่างน้อยเพื่อรู้ว่าเครื่องทำงานหรือหยุด

สรุป

Integration ที่ดีไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมได้ แต่วัดจากว่าระบบยังทำงานอยู่ไหมเมื่อบางส่วนล้มเหลว หลักการที่ใช้ได้กับทุกงานคือ วางแกนหลักให้ประมวลผลในอาคาร ใช้มาตรฐานเปิดกับส่วนที่ต้องข้ามยี่ห้อ เก็บคำสั่งเสียงและแอปไว้เป็นช่องทางเสริม และเหลือปุ่มจริงบนผนังไว้เสมอสำหรับทุกฟังก์ชันที่สำคัญ

ดูขอบเขตงานเชื่อมต่อระบบได้ที่หน้า การเชื่อมต่อระบบ หรืออ่านต่อเรื่อง ระบบบริหารอาคาร BMS/PMS สำหรับงานอาคารที่ต้องรวมระบบวิศวกรรมเข้าจอเดียว ถ้ามีรายชื่ออุปกรณ์เดิมอยู่แล้ว ส่งมาให้ทีมช่วยตรวจว่ารวมได้แค่ไหน

สนใจติดตั้ง Smart Home?

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย — ออกแบบและติดตั้งระบบที่เหมาะกับบ้านคุณ

บทความใน ระบบงาน