ระบบงาน

Security System สำหรับบ้านและอาคาร: มากกว่ากล้องวงจรปิด

รวมระบบกล้อง สัญญาณกันขโมย Video Door Phone ประตูรั้ว และการแจ้งเตือนให้ทำงานร่วมกันในระบบเดียว

อ่าน 7 นาที
Security System สำหรับบ้านและอาคาร: มากกว่ากล้องวงจรปิด

ระบบความปลอดภัยที่ได้ผลไม่ใช่การซื้ออุปกรณ์หลายอย่างมาติดรวมกัน แต่คือการทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นทำงานเป็นชุดเดียว กล้องวงจรปิดอย่างเดียวคือการบันทึกไว้ดูย้อนหลัง ซึ่งช่วยได้หลังเกิดเหตุแล้วเท่านั้น ส่วนระบบความปลอดภัยที่เชื่อมกันจะตอบสนองทันทีที่ตรวจพบ คือไฟติด กล้องเริ่มบันทึก ไซเรนดัง และแจ้งเตือนเข้ามือถือภายในไม่กี่วินาที

บทความนี้อธิบายว่าระบบแบ่งเป็นกี่ชั้น เซนเซอร์แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร ควรเลือกกล้องแบบไหน และจะลดสัญญาณเตือนผิดพลาดได้อย่างไร

ระบบความปลอดภัยแบ่งเป็น 5 ชั้น

การออกแบบที่ดีเริ่มจากการวางชั้นป้องกันซ้อนกัน ไม่ใช่ทุ่มงบไปที่จุดเดียว แต่ละชั้นทำหน้าที่ต่างกันและครอบคลุมจุดอ่อนของชั้นอื่น

ชั้นทำหน้าที่อะไรอุปกรณ์ที่ใช้
1. เส้นรอบพื้นที่รู้ก่อนที่คนจะเข้าถึงตัวอาคารกล้องรอบรั้ว เซนเซอร์ตรวจจับกลางแจ้ง ไฟส่องสว่างที่ติดเมื่อมีคน
2. เปลือกอาคารจับการเปิดหรืองัดประตูหน้าต่างMagnetic contact, เซนเซอร์กระจกแตก, เซนเซอร์สั่นสะเทือน
3. ภายในอาคารจับความเคลื่อนไหวหลังเข้ามาแล้วPIR, Occupancy sensor, กล้องภายใน
4. การเข้าถึงควบคุมว่าใครเข้าได้ตอนไหนกลอนแม่เหล็ก คีย์การ์ด Video Door Phone
5. การตอบสนองเปลี่ยนการตรวจจับให้เป็นการกระทำไซเรน ไฟสว่างทั้งบ้าน แจ้งเตือนมือถือ บันทึกวิดีโอ

ชั้นที่ 5 คือชั้นที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด และเป็นชั้นที่แยกระบบที่ใช้งานได้จริงออกจากกองอุปกรณ์ที่ต่างคนต่างทำงาน

เซนเซอร์แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

เลือกชนิดเซนเซอร์ผิดคือสาเหตุหลักของทั้งสัญญาณเตือนผิดพลาดและจุดบอดที่ตรวจไม่เจอ

ชนิดตรวจจับอะไรเหมาะกับข้อควรระวัง
PIR Motion ความร้อนที่เคลื่อนที่ ทางเดิน บันได ห้องน้ำ พื้นที่ที่คนเดินผ่าน คนนั่งนิ่งนานจะถือว่าห้องว่าง แดดส่องตรงทำให้ทำงานผิดพลาด
Occupancy การมีอยู่ของคน แม้อยู่นิ่ง ห้องประชุม ห้องทำงาน ห้องเรียน ราคาสูงกว่า PIR
Magnetic contact ประตูหน้าต่างเปิด-ปิด ทุกช่องเปิดของอาคาร บอกได้แค่เปิดหรือปิด ไม่รู้ว่าใครเปิด
Glass break เสียงหรือคลื่นจากกระจกแตก บ้านที่มีกระจกบานใหญ่ ร้านค้า เสียงดังบางอย่างทำให้ทำงานผิดพลาดได้
Vibration แรงสั่นจากการงัดหรือเจาะ ตู้เซฟ ประตูเหล็ก ผนังห้องมั่นคง ต้องปรับความไวให้เหมาะกับตำแหน่ง

เลือกกล้องวงจรปิดอย่างไร

สิ่งที่ควรดูก่อนความละเอียดของภาพคือ กล้องเชื่อมกับระบบอื่นได้หรือไม่ กล้อง IP ที่รองรับมาตรฐานเปิดอย่าง ONVIF หรือส่งภาพผ่าน RTSP ได้ จะนำเข้าระบบส่วนกลางได้ ส่วนกล้องที่ผูกกับแอปเฉพาะของผู้ผลิตมักดูได้แต่ในแอปนั้น และสั่งให้ไปทำงานร่วมกับไฟหรือไซเรนไม่ได้

บันทึกลง NVR ในอาคารบันทึกขึ้นคลาวด์
ค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่มีมี ตามจำนวนกล้องและระยะเวลาเก็บ
เน็ตล่มแล้วบันทึกต่อไหมบันทึกต่อได้ขาดช่วง
ระยะเวลาเก็บตามขนาดฮาร์ดดิสก์ตามแพ็กเกจที่สมัคร
ถ้าเครื่องบันทึกถูกขโมยเสียข้อมูลทั้งหมดข้อมูลยังอยู่
เหมาะกับบ้าน อาคารที่มีห้องมั่นคงเก็บเครื่องร้านค้า สาขาย่อย ที่ไม่มีคนดูแลเครื่อง

งานที่ต้องการความมั่นใจสูงมักใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน คือบันทึกหลักลง NVR แล้วส่งเฉพาะคลิปตอนมีเหตุขึ้นคลาวด์ ซึ่งได้ทั้งความต่อเนื่องและการสำรองโดยไม่ต้องจ่ายค่าคลาวด์เต็มจำนวน

fail-safe กับ fail-secure — เรื่องที่ต้องตัดสินใจตั้งแต่ออกแบบ

คำถามที่เจ้าของอาคารถามบ่อยที่สุดคือ "ไฟดับแล้วประตูจะล็อกค้างไหม" คำตอบขึ้นกับว่าเลือกกลอนแบบไหน และต้องเลือกให้ต่างกันตามประเภทประตู

fail-safefail-secure
เมื่อไฟดับปลดล็อกเองยังล็อกอยู่
ใช้กับทางหนีไฟ ประตูทางออก ประตูหลักห้องเซิร์ฟเวอร์ ห้องเก็บของมีค่า คลังสินค้า
เหตุผลข้อกำหนดความปลอดภัย คนต้องออกได้เสมอทรัพย์สินต้องไม่ถูกเข้าถึงเมื่อระบบล่ม
ต้องมีไฟสำรองไหมไม่จำเป็นควรมี UPS เพื่อให้ยังเปิดด้วยสิทธิ์ปกติได้

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ประตูทุกบานควรมีทางเปิดด้วยกุญแจสำรองไว้เสมอ

โหมดใช้งานที่ตรงกับชีวิตจริง

ระบบที่มีแค่ปุ่ม "เปิด" กับ "ปิด" มักจบลงด้วยการที่เจ้าของเลิกเปิดใช้ เพราะเปิดแล้วเดินในบ้านตัวเองไม่ได้ การแบ่งโหมดตามพฤติกรรมจริงจึงสำคัญกว่าจำนวนเซนเซอร์

  • Away — ไม่มีคนอยู่ เปิดเซนเซอร์ทุกตัวทั้งภายในและภายนอก
  • Night — มีคนนอนอยู่ เปิดเฉพาะเปลือกอาคารและชั้นล่าง เดินไปห้องน้ำได้โดยไซเรนไม่ดัง
  • Vacation — ไม่อยู่หลายวัน เพิ่มการจำลองว่ามีคนอยู่ด้วยการเปิด-ปิดไฟตามเวลา
  • โหมดปิดร้าน — สำหรับร้านอาหารและร้านค้า ล็อกประตูและเปิดเซนเซอร์อัตโนมัติตามเวลาปิด

ลดสัญญาณเตือนผิดพลาดอย่างไร

สัญญาณเตือนผิดพลาดบ่อยคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้คนเลิกใช้ระบบ วิธีที่ได้ผลจริง

  1. ใช้เซนเซอร์แบบ pet-immune ถ้ามีสัตว์เลี้ยง — จะไม่ตอบสนองต่อสัตว์ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
  2. ตั้งเงื่อนไขให้ต้องมีสองเซนเซอร์ทำงานพร้อมกัน — เช่น ประตูเปิดและตรวจพบความเคลื่อนไหว ไซเรนจึงดัง ลดการเตือนผิดได้มาก
  3. หลีกเลี่ยงการติด PIR ตรงจุดที่แดดส่องหรือมีลมร้อนจากแอร์ — ความร้อนที่เปลี่ยนแปลงทำให้ทำงานผิดพลาด
  4. ตั้งเวลาหน่วงตอนเข้าบ้าน — ให้เวลาปลดระบบก่อนไซเรนดัง
  5. แยกโซนตามเวลาทำการ — สำนักงานที่มีคนเข้าเช้ากว่าคนอื่นควรอยู่คนละโซน

คำถามที่ถามบ่อย

ใช้กล้องหรือตู้กันขโมยเดิมที่มีอยู่ได้ไหม — ส่วนใหญ่ได้ กล้อง IP ที่รองรับ ONVIF หรือ RTSP เชื่อมเข้าระบบได้เลย ส่วนตู้กันขโมยเดิมมักเชื่อมผ่าน Dry Contact เข้า Input Module ทำให้สัญญาณจากตู้เดิมไปสั่งไฟหรือส่งแจ้งเตือนต่อได้ โดยไม่ต้องซื้อของใหม่ทั้งหมด

แจ้งเตือนเข้ามือถือต้องจ่ายรายเดือนไหม — การแจ้งเตือนผ่านแอปไม่มีค่าบริการรายเดือน เพราะส่งตรงจากอุปกรณ์ในอาคาร ค่าใช้จ่ายรายเดือนจะมีเฉพาะเมื่อเลือกบริการเสริม เช่น พื้นที่เก็บคลิปบนคลาวด์ หรือศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

เน็ตล่มแล้วระบบยังทำงานไหม — ทำงาน เพราะเงื่อนไขทั้งหมดประมวลผลอยู่ในอุปกรณ์ภายในอาคาร ไซเรนยังดัง ไฟยังติด บันทึกยังทำงาน สิ่งที่หายไประหว่างเน็ตล่มคือการแจ้งเตือนไปมือถือและการดูภาพสดจากนอกอาคาร

สรุป

ระบบความปลอดภัยที่ดีวัดกันที่ความเร็วในการตอบสนองและอัตราการเตือนผิดพลาด ไม่ใช่จำนวนกล้องหรือความละเอียดของภาพ การวางชั้นป้องกันให้ครบ เลือกชนิดเซนเซอร์ให้ตรงกับพื้นที่ แยก fail-safe กับ fail-secure ให้ถูกประตู และออกแบบโหมดให้ตรงกับพฤติกรรมจริง คือสิ่งที่ทำให้ระบบถูกใช้งานต่อเนื่องแทนที่จะถูกปิดทิ้ง

ดูขอบเขตงานและลองจำลองการทำงานได้ที่หน้า ระบบความปลอดภัย ซึ่งมีเดโมให้ทดลองเปลี่ยนโหมดและจำลองผู้บุกรุก หรืออ่านต่อเรื่อง ระบบควบคุมการเข้าออก สำหรับงานที่ต้องบันทึกว่าใครเข้าออกเมื่อไหร่ ถ้าต้องการให้ประเมินหน้างาน ติดต่อทีมงานได้ฟรี

สนใจติดตั้ง Smart Home?

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย — ออกแบบและติดตั้งระบบที่เหมาะกับบ้านคุณ